กระจุกดาวเปิดและกระจุกดาวทรงกลม
(Open and Globular Cluster)


โดย อ.สันติ ผัดวงค์
ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


                เมื่อนักศึกษาได้อ่านบทความทางด้านดาราศาสตร์นักศึกษาอาจจะเคยได้ยินคำว่ากระจุกดาวเปิดและกระจุกดาวทรงกลม ในบทความนี้จะอธิบายให้เห็นความแตกต่างระหว่างกระจุกดาวเปิดและกระจุกดาวทรงกลมว่าแตกต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไร
                จักรวาลมีจุดเริ่มต้นจากการระเบิดครั้งใหญ่ที่เรียกว่า "Big Bang" เมื่อระเบิดเสร็จสะเก็ดจากการระเบิดก็จะเกิดเป็นกลุ่มแก๊สขนาดใหญ่และมีอุณหภูมิที่เย็น (อุณหภูมิในอวกาศมีค่าประมาณ -270 องศาเซลเซียส) จากนั้นกลุ่มแก๊สนี้จะเริ่มร้อนขึ้นและเริ่มรวมกันเป็นก้อนกลมเนื่องจากแรงดึงดูดระหว่างมวล เมื่ออุณหภูมิร้อนจนถึงจุดหนึ่งจะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ขึ้นข้างในดาวแล้วก็จะเกิดดาวฤกษ์ขึ้น โดยดาวฤกษ์จะเริ่มต้นอายุโดยการเป็นดาวสีน้ำเงิน-ขาวที่มีอุณหภูมิสูง และเมื่ออายุมากขึ้นจะกลายเป็นดาวสีส้มแดงที่มีอุณหภูมิต่ำ และท้ายสุดของชีวิตดาวฤกษ์อาจจะระเบิดกลายเป็น supernova หรืออาจจะหดตัวกลายเป็นดาวแคระขาว (White Dwarf)
                และกลุ่มแก๊สที่ก่อเกิดเป็นดาวฤกษ์นี่เองถ้ารวมกันอยู่มากๆเราจะเรียกว่ากระจุกดาวซึ่งถ้ากระจุกดาวไหนมีอายุมากจะรวมกันอยู่เป็นกลุ่มก้อนด้วยจำนวนมหาศาลอาจจะเป็น 100,000 - 10,000,000 ดวง ดังนั้นเมื่อเราเอากล้องโทรทัศน์ส่องดูจะพบว่ามันอยู่เบียดกันชิดมากจนไม่สามารถสังเกตดาวที่ละดวงได้เราจึงเรียกกระจกดาวประเภทนี้ว่า "กระจุกดาวทรงกลม" เช่น กระจุกดาว M13 ส่วนกระจุกดาวไหนมีอายุน้อยดาวจะรวมกันอยู่เป็นกลุ่มก้อนด้วยจำนวนที่เบาบางอาจจะเป็น 10 - 1000 ดวง ดังนั้นเมื่อเราเอากล้องโทรทัศน์ส่องดูจะพบว่ามันอยู่กันห่างซึ่งสามารถสังเกตดาวที่ละดวงได้ และเราเรียกกระจุกดาวประเภทนี้ว่า "กระจุกดาวเปิด" เช่น กระจุกดาว M44 ในกลุ่มดาว Cancer

ก)

ข)
รูปแสดงกระจุกดาวทรงกลม ก) M3 และกระจุดาวเปิด ข) M44


กลับหน้าแรก